www.lovevanthai.com   บริการรถบัส,รถตู้,รถเก๋ง ให้เช่า,รับจัดทัวร์ทั่วไทย

หน้าแรก

ตรวจสอบที่นั่งทัวร์

โปรแกรมทัวร์

ไหว้พระ 9 วัด

เวปบอร์ด

รวมภาพรถ

ติดต่อเรา
 Next trip

 
ทัวร์แนะนำเดือนนี้

 

จอยทัวร์
เขาคิชกูฎจันทบุรี
 
  บริการรถบัส,รถตู้,รถเก๋ง ให้เช่า,รับจัดทัวร์ทั่วไทย
    บริการให้เช่ารถบัสปรับอากาศ 40 ที่นั่ง ,50 ที่นั่ง ,รถบัส(พัดลม) 55 ที่นั่ง ,รถตู้TOYOTA COMMUTER D4D 10 ที่นั่ง ,14 ที่นั่ง , ตกแต่ง VIP สะดวกสบาย ดูหนัง ฟังเพลง DVD, MP3 ครบครัน ราคาค่าเช่ารถตู้ เริ่มต้นที่ราคา 1,500 - 2,500.- บาท/วัน คนขับที่ชำนาญเส้นทาง พร้อมประกันภัยชั้น 1 ทุกที่นั่ง บริการอย่างเป็นกันเอง รถบัสและรถเก๋ง ราคาตามระยะทางและ จำนวนวัน คิดราคารวมเชื้อเพลิง

  รับจัดทัวร์ทั่วไทย ทัวร์ไหว้พระ 9 วัด

    จัดทัวร์ไหว้พระ 9 วัด ตามจังหวัดต่าง ๆ หรือตามต้องการ ยินดีให้บริการปรึกษา จัดกรุ๊ปทัวร์ทั่วไทย โดยเราเห็นว่า การเที่ยวตามโปรแกรมทัวร์ที่บริษัททัวร์จัดไปนั้น อาจจะเป็นโฉงกทัวร์ หรือลำบากไม่เหมาะกับวัยของลูกค้า จึงจัดการท่องเที่ยวแบบตามใจผู้เที่ยวขึ้นมา โดยการรวมกลุ่มผู้ที่มีความชอบเหมือน ๆ กัน ตกลงโปรแกรมที่ต้องการ ปรึกษาเราให้ทำโปรแกรมพร้อมคำนวณ ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ให้ ตามความต้องการจริง ๆ บนความประหยัด สุด ๆ หรือชอบใจโปรแกรมไหนมาให้เราจัดให้รับรองว่าถูกกว่าแน่นอน เพราะเราให้บริการกันแบบญาติมิตรในครอบครัวเดียวกัน โดยเฉพาะทัวร์เขาคิชฌกูฎของเรา ได้รับความไว้วางใจมากสุด ๆ ด้วยการบริการที่ดี ดูแลลูกค้าให้ขึ้นไหว้พระพุทธบาทโดยสะดวกโดยไม่ต้องรอคิวรถขึ้นเขานานเหมือนคนอื่นเขา

 
  รายละเอียดทัวร์  
 

                                  

เทศกาลนมัสการลอยพระพุทธบาทพลวง

                  ณ เขาคิชฌกูฎ จ.จันทบุรี ปี 2559                  

จอยทัวร์เขาคิชฌกูฎ,รถตู้ไปเขาคิชฌกูด,รถขึ้นเขาคิชกูด,รถไปเขาคิชฌกูฎ

  •  เริ่มตั้งแต่ วันอังคารที่ 16 ก.พ.59 ถึง 7 เม.ย.59(วันปิดน่าจะเลื่อนออกไปอีกรอแจ้งมาครับ)

  • เริ่มเดินทางตั้งแต่วันจันทร์ที่ 15 ก.พ.59 เป็นต้นไป
  • บวงสรวงเปิดป่า วันที่ 6 ก.พ.59

  • เปิดเขาอย่างเป็นทางการ วันอังคารที่ 16 ก.พ.59

  • บวงสรวงปิดป่า วันที่ .... เม.ย.59(รอแจ้งแีกครั้ง)

  • ปิดเขา วันที่ ... เม.ย.59(รอแจ้งอีกครั้งครับ)

     -เดินทางทริปแรก กับทีมงาน www.lovevanthai.com  สะดวก สบาย แม้แต่ยังไม่เคยไป ทีมงานของเราจะแนะนำท่านให้ได้รับความสะดวก จนถึงกับพาท่านไปส่งขึ้นรถสองแถวในเที่ยวแรกกันเลยครับ โดยทางเราจะทำการจองตั๋วรถสองแถวเที่ยวแรกไว้ให้ท่าน จึงหมดห่วงเรื่องการรอคิวนาน 4-5 ชม. แต่ไม่ใช่ว่าจะลัดคิวคนอื่นจนถึงขนาดถึงแล้วขึ้นได้ทันที่นะครับ  อาจจะต้องมีการรอบ้างเมื่อมีคนจำนวนมาก ขอบคุณครับ

***บริการพิเศษของทีมงาน***

  • 1. จองตั๋วรถขึ้นเขาเที่ยวแรกไว้ให้ท่าน

  • 2. แนะนำการไหว้ตามจุดต่าง ๆ ไว้ให้ท่านจะได้ไหว้อย่างถูกต้อง

  • 3. คนขับรถของเราจะเดินไปส่งท่านถึงรถสองแถวเที่ยวแรกกันเลย

  • 4. มีโปรแกรมให้เลือกเที่ยวต่ออีกมากมาย

  

***** เริ่มเดินทางทริปแรก ******
- วันจันทร์ที่ 15 ก.พ.59 เวลา 20.00 น. กับโปรแกรมเที่ยวต่ออีกมากมาย หรือตามใจลูกค้า ในราคา เดิม เหมาคัน ราคา 5,800.-บาท/ คัน และจอยทัวร์ 600.-บาท/ท่าน บริการด้วยคุณภาพ

- ติดต่อ คุณชาญณรงค์ 085-481-2785 และ 089-232-7766 
Email: chanarong.van@gmail.com
Id line: chanarongvan

***จุดขึ้นรถสำหรับจอยทัวร์***

  ายที่ 1

จุดขึ้นรถ

 

 - สถานีรถไฟฟ้า BTS จตุจักร

ลานจอดรถบริเวณทางขี้นรถไฟฟ้าใต้ดิน 

20.00 น.

 -ถนนพระราม 9

ในปั๊มESSO เลยห้างเดอะนาย 100 เมตร

20.30 น.

สายที่ 2

 

 

 - สถานีรถไฟฟ้าอ่อนนุช

ลานจอดรถโลตัส (เฉพาะวันศุกร์และเสาร์)

20.00 น.

 - บางนา

 ปั๊ม ESSO ก่อนถึงเซ็นทรัลบางนา

20.30 น.

 - กิ่งแก้ว

 หน้าแมคโครกิ่งแก้ว

21.00 น.

 - ชลบุรี

 หน้านิคมอมตะนคร

22.00 น.

สายที่ 3

 

 

 -ถนนวิภาวดีฯ

 โชว์รูมนิสสันตรงข้ามวัดเสมียนนารี

19.30 น.

 - ดินแดง

 หน้าเซเว่น รร.สุรศักดิ์มนตรี

20.15 น.

สายที่ 4

 

 

 - รังสิต

 หน้าอ๊อฟฟิตเมท

19.00 น.

 - ดอนเมือง

 หน้าป้ายรถเมล์เจ้เล็ง

19.15 น.

สายที่ 5

 

 

 -ถนนนครอินทร์

 หน้าวัดตะเคียน

18.40 น.

 - ตลาดพระราม 5

 หน้าร้านเจียงลูกชิ้นปลา

19.00 น.

 - ราชพฤกษ์

 หน้าห้างเดอะวอค

19.05 น.

 - ปิ่นเกล้า

 ข้างเซนเว่น หลัง สน.ตลิ่งชัน

19.20 น.

สายที่ 6

 

 

 -มีนบุรี

 ปั๊ม ปตท.ก่อนถึงแยกนพรัตน์

18.30 น.

 - บางเขน

 หน้าดับเพลิงตรงข้ามวัดพระศรีฯ

19.00 น.

สายที่ 7

 

 

 -บางแค

 ปั๊มน้ำมันตราดาวเลย สนง.เขตบางแค

19.25 น.

 - บางบอน

 หน้าแมคโครบางบอน

19.30 น.

 - พระราม 2

 หน้าโรงเบียร์ฮอแลนด์

20.00 น.

 

 

 

  

                

 *** จุดไหว้พระขอพร 9 จุด ใหญ่และจุดสำคัญๆ***

  • 1.ต้นศรีมหาโพธิ์ (ขอพรให้ขึ้นขอพรอย่างปลอดภัย)
  • 2.พระศักดิ์สิทธิ์ 9 องค์ (ขอให้การขอพรครั้งนี้สำเร็จ)
  • 3.***สังขารหลวงพ่อนัง*** (จุดขอพร 1 ข้อเหมือนกับ ที่จะขอกับรอยพระพุทธบาท)
  • 4.รับน้ำพระพุทธมนต์จากพระสงฆ์ (ขอให้การขอพรครั้งนี้สำเร็จ)
  • 5.ศาลาพระนอน (ขอให้การขอพรครั้งนี้สำเร็จ) แล้วเดินทางไปขึ้นรถสองแถวในเที่ยวแรก
  • 6.เจดีย์หินกลางเขา แล้วเดินไปขึ้นรถต่อที่ 2 (ขอให้การขอพรครั้งนี้สำเร็จ)
  • 7.พระสีวลี (ขอให้การขอพรครั้งนี้สำเร็จ)

***เดินขึ้นเขาเป็นระยะทาง 1 กม. จนถึงพระพุทธบาทพลวง ระหว่างนั้นจะผ่านจุดที่

  • 8.พระหินนอน (ขอให้การขอพรครั้งนี้สำเร็จ)
  • 9.รอยพระพุทธบาทพลวง ณ เขาคิชฌกูฎ 

**ในวันศุกร์-เสาร์ หรือวันหยุดนักขตฤกษ์ ทีมงานของเราแนะนำให้ไปไหว้บนเขาก่อนเพราะยิ่งตึกคนยิ่งเยอะ แล้วค่อยลงมาไหว้ข้างล่าง

*จุดที่ลื่มไม่ได้คือไหว้ขอพรพ่อปู่ฤษีขอพรให้หายเจ็บหายป่วย ได้ผลนักแล
*ใครมีแรงก็เดินต่อไปผ้าแดงกันเลยครับ
*ควรกลับลงมาผ่านรอยพระบาทก่อนตีห้า เพราะคนจะแน่น ลงลำบาก
*และขึ้นรถลงเขาก่อน 06.00 น.เพราะคนจะแย้งกันลงเนื่องจากเลิกจากสวดมนต์

(ไม่ควรอยู่สวดมนต์จนจบเพราะท่านจะลงเขาไม่ทันรถแน่นอน)

***กรุ๊ป"เหมาคัน"มีให้เลือก 9 โปรแกรม***

โปรแกรมที่ 1

  • เขาคิชฌกูฎ+วัดเขาสุกิม+อ่าวคุ้งกะเบน+ร้านกุ้งทะเล

โปรแกรมที่ 2 

  • เขาคิชฌกูฎ+วัดเขาสุกิม+แหลมแม่พิมพ์+ร้านพลอย&มุก(เตียงผ้า)และซื้อของฝากที่ "ร้านแม่พิมพ์ทอง" 

  • เหมาคันเลือกร้านอาหารได้ 1. ร้านพลอย&มุก 2.ร้านเนินฆ้อทะเลสวย 3.ร้านแอนซีฟูดซ์ +                                                4.ร้านรักษ์แม่พิมพ์+5.ร้านครัวริมเล  

โปรแกรมที่ 3 

  • เขาคิชฌกูฎ+น้ำตกพลิ้ว+ ร้านของฝาก"แม่วรรณา"+วัดไผ่ล้อม+เจ้เพ็ญเย็นตาโฟ

โปรแกรมที 4 

  • เขาคิชฌกูฎ+โบสถ์คริส+วัดไผ่ล้อม+เจ้เพ็ญเย็นตาโพ+ร้านของฝาก"อะอ๋า"

โปรแกรมที่ 5 

  • เขาคิชฌกูฎ+โบสถ์คริสต์+วัดเขตรนาบุญญาราม(วัดจีน)+ร้านจันทรโภชนา

ปรแกรมที่ 6 

  • เขาคิชฌกูฎ+ น้ำตกพลิ้ว+ร้านฟาร์มปูนิ่ม+ร้านของฝากตำนาน(เพิ่ม 500.-บาท)

โปรแกรมที่ 7 

  • เขาคิชฌกูฎ+ วัดกระทิง+ ร้านท่าแฉล็บซีฟูดซ์+ร้านของฝากข้างทาง

โปรแกนมที่ 8 

  • เขาคิชฌกูฎ+วัดโสธรวรวิหาร+ตลาด 100 ปีบ้านใหม่+ร้านป้าหนู

  • โปรแกรมที่ 9                                                                                                                                                      

  • เขาคิชฌกูฏ+ตามใจลูกค้าจัดโปรแกรมเอง(โทรคุยรายละเอียดโปรแกรมก่อนเดินทาง)

หมายเหตุ: ทุกโปรแกรมใช้เวลาตามโปรแกรมได้ถึง เวลา 13.00 น.ไม่สามรถปรับเปลี่ยนโปรแกรมในระหว่างเดินทาง แต่ตัดออกได้เมื่อรู้สึกว่าเหนื่อย และแจ้งออฟฟิตก่อนเปลี่ยนโปรแกรมทุกครั้ง

       

โปรแกรมสำหรับ “กรุ๊ปจอยทัวร์” ปี 59

เขาคิชฌกูฎ+วัดเขาสุกิม+แหลมแม่พิมพ์+ร้านของฝากแม่พิมพ์ทอง

  • เวลา 18.30 น. ถึง 21.30 น. ขึ้นรถตามจุดและเวลานัดหมาย สำหรับเหมาคันรับส่งถึงบ้สนกันเลยครับ
  • ประมาณ 22.00 น.        แวะพักจุดพักรถเพื่อเข้าห้องน้ำ
  • 23.30 น.                     ชมวีดีทัศน์ แนะนำการขึ้นไหว้ขอพรพระพุทธบาทพลวง ณ เขาคิชฌกูฎอย่างถูกค้อง
  • 24.00 น.                     ถึงจุดหมายปลายทาง บ้านสวนมุ๊ วัดพลวง อ.เขาคิชฌกูฎ จ.จันทบุรี ก่อนลงจากรถจ่ายค่าตั๋วรถสองแถวเที่ยวแรกกับพลขับของเรา(ราคา 60.-บาท/ท่าน)เพื่อไปรับตั๋วให้ท่าน  หลังจากนั้นทุกท่านก็ไปทำธุรส่วนตัว และซื้อเครื่องไหว้ต่าง ๆ ณ จุดจอดรถแล้วมาพร้อมกัน ณจุดนัดหมายที่คนขับแจ้งให้ทราบ กรุณาทำตามคำแนะนำของพลขับของเราในการพาท่านไปส่งขึ้นรถสองแถวในเที่ยวแรก  
  • 00.20 น.                     ขึ้นรถเที่ยวแรกเรียบร้อย แล้วเมื่อลงจากรถในต่อแรก(ราคา 50.-บาท)ให้ไปซื้อตั๋วรถขึ้นเขาก่อน แล้วเดินเข้าไปสักการะจุดที่ 6 คือ เจดีย์กลางเขา ทำการสักการะ ขอให้การมาขอพรในครั้งนี้สำเร็จ เสร็จแล้ว มาขึ้นรถสองแถวอีกเที่ยว
  • 01.00 น.                     เมื่อลงรถแล้วจะถึงจุดไหว้ที่ 7 พระสิวลีย์ ทำการสักการะ ขอพรให้การขอพรครั้งนี้สำเร็จ  เมื่อเสร็จแล้วท่านก็จะต้องเดินขึ้นเขาเป็นระยะทาง 1 กม. จนถึงพระพุทธบาทพลวง บนยอดเขาคิชฌกูฎ  ซึ่งเมื่อขึ้นไปสัก  300 เมตร จะพบกับ จุดที่ 8 พระหินนอน ทำการสักการะ ขอให้การขอพรครั้งนี้สำเร็จ แล้วเดินขึ้นต่อไปตามทางที่ทางคณะกรรมการจัดงานทำไว้เป็นขั้นบรรได และทางลาดบ้างอีก 700 เมตร ในระหว่างทางจะมีจุดให้สักการะอีกมากมาย ทางทีมงานของเราแนะนำให้ขึ้นไปไหว้ในจุดที่ 9 ***ลอยพระพุทธบาทพลวง*** เพื่อขอพรอันสำคัญก่อน  เพราะถ้าช้า ยิ่งไกล้เช้ายิ่งมีคนมามากขึ้น  ให้รีบขึ้นไปให้ถึงลอยพระพุทธบาทก่อน  เมื่อเข้าไปถึงลอยพระพุทธบาทพลวงแล้ว  ให้ทำใจให้สงบมากที่สุด แล้วตั้งจิตอันเป็นสมาธิให้มากที่สุดเพื่อขอพร นะโม จบ ข้าพเจ้า ชื่อ....นามสกุล.....ได้นำดอกดาวเรืองพร้อมด้วยเงินทอง และพลอยมาเพื่อถวายบูชาต่อรอยพระพุทธบาท(หรือสังขาลหลวงพ่อนัง)  ขอให้ข้าพเจ้ารุ่งเรืองด้วนเงินทอง เพชรนิลจินดา  ขอให้เกิดแสงสว่างแห่งปัญญา มีพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นที่ตั้ง ข้าพเจ้าขอให้....(ข้อ)...................ขอให้สำเร็จทุกสิ่ง ทุกประกาญเทอญ (กราบ ครั้ง)
  • หลังจากนั้นท่านที่จะไปพิชิตผ้าแดง ให้เดินต่อไปอีก 600 เมตร ซึ่งการเดินทางไปพิชิตผ้าแดงน้นไม่ได้มีนัยสำคัญอะไรกับการมาขอพรในครั้งนี้เลย  ผ้าแดงนั้นเป็นจุดสิ้นสุดการเดินทางซึ่งต่อไปจะเป็นเขตป่าอันตราย  เคยมีผู้ได้รับอันตรายถึงชีวิตจากการเดินออกนอกเขตนี้  แต่เมื่อต้องการไป พิชิตผ้าแดง แล้วก็มีต้นตะเคียนก่อนถึงผ้าแดง  ซึ่งมีลูกค้าหลายท่านไปได้โชคดีจากที่นี่มาหลายท่านแล้วหลายท่านสำหรับท่านที่ไปผ้าแดงควรจะกลับมาผ่านลอยพระพุทธบาท ก่อนเวลา 04.00 น. เพราะท่านจะผ่านลงมายากเนื่องจากผู้คนจำนวนมากจะนั่งสวดมนต์ทำวัดเช้ากันมากมาย  ไม่แนะนำให้อยู่สวดมนต์ทำวัดเช้า  เพราะว่าเมื่อทุกท่านเลิกจากการสวนมนต์  คนจำนวนมากจะลงมาพร้อมกันซึ่งการขึ้นรถลงจากเขาจะแออัดโดยอัตโนมัติ และท่านก็จะลงเขามาไม่ทันรถ  หากมีปัญหาใดๆ คิดว่าจะลงมาช้ากว่ากำหนด กรุณาติดต่อแจ้งกับพลขับของท่านทราบ  หากใช้เวลาไม่มากก็จะรอท่าน แต่หากท่านลงมาช้ามาก  ท่านต้องตามไปขึ้นรถในจุดต่อไปเองครับ
  • เมื่อไหว้ขอพรเสร็จแล้ว  ออกจากลอยพระพุทธบาทพลวง เลี้ยวซ้าลงมาสัก 20 เมตร ซ้ายมือลงไปในถ่ำพ่อปู่ฤษี สามารถขอพรเกี่ยวกับให้หายจากโรคภัยต่าง ๆ ให้กับตัวเอง หรือคนที่เรารักก็ได้

เดินทางลงจากการนมัสการมาถึงด้านล่างแล้ว เดินผ่านทางเข้าจุดจอดรถไปที่ต้นโพธิ์ ซึ่งเป็นจุดที่ 1 ต้นโพธิ์ นมัสการขอพรให้การขอพรครั้งนี้สำเร็จ  

  • จุดที่ 2 พระศักดิ์สิทธิ์ 9 องค์ ขอพรให้การขอพรครั้งนี้สำเร็จ ซึ่งอยู่ในวิหาร ไกล้ ๆ กับต้นศรีมหาโพธิ์
  • จุดที่ 3 รับน้ำพระพุทธมนต์จากพระสงฆ์ ขอพรให้การมาขอพรครั้งนี้สำเร็จ
  • จุดที่ 4 ***สังขารหลวงพ่อนัง***ซึ่งเป็นจุดสำคัญไม่แพ้กับลอยพระพุทธบาท นะโม 3 จบ ข้าพเจ้า ชื่อ....นามสกุล.....ได้นำดอกดาวเรืองพร้อมด้วยเงินทอง และพลอยมาเพื่อถวายบูชาต่อรอยพระพุทธบาท(หรือสังขาลหลวงพ่อนัง)  ขอให้ข้าพเจ้ารุ่งเรืองด้วนเงินทอง เพชรนิลจินดา  ขอให้เกิดแสงสว่างแห่งปัญญา มีพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นที่ตั้ง ข้าพเจ้าขอให้....(1 ข้อ ข้อเดียวกับที่ขอกับลอยพระพุทธบาทพลวง )....ขอให้สำเร็จทุกสิ่ง ทุกประกาญเทอญ (กราบ 3 ครั้ง)
  • จุดที่ 5 ศาลาพระนอน ขอพรให้การขอพรครั้งนี้สำเร็จ หลังจากนั้นก็เดินกลับไปยังที่จอดรถ บ้านสวนมุ๊ เพื่อทำธุระส่วนตัว รับประทานอาหารเช้า และเตรียมเดินทางต่อไปยัง วัดเขาสุกิม
  • 07.30 น.           ออกเดินทางไปวัดเขาสุกิม  
  • 08.00 น.           นมัสการสังขาลหลวงพ่อสมชายและชมพิพิธภัณฑ์ อันสวยงามบนยอดเขา ซึ่งมีรถ                                                          ลางไว้บริการฟรี
  • 09.00 น.           ออกเดินทางไปแหลมแม่พิมพ์  ในช่วงเวลานี้เป็นโอกาสที่ดีที่ท่านจะได้พักผ่อนนอน

                                 หลับบนรถได้สัก 1ชม.ก่อนที่จะเดินทางถึง ร้านพลอย&มุก(เตียงผ้าใบฟรี)                                                ชายหาดแหลมแม่พิมพ์เพื่อสังอาหารกินกันตามอัทธยาศัย" จนถึงเวลา 12.00 น.

  • 12.00 น.           ออกเดินทางไปร้านแม่พิมพ์ทอง จับจ่ายซื้อของฝากต่าง ๆ และเดินเล่นชานทะเลสวย
  • 12.45 น.           เดินทางกลับ กทม.เพื่อส่งท่านกลับยังจุดต่าง ๆ ที่รับท่านมา หรือ

                                 ท่านใดต้องการลงในจุดอื่นในเส้นทางที่รถผ่านก็แจ้งพลขับเราก่อนออกเดินทางนะครับ

  • 15.30 น.           ส่งท่านกลับที่ตั้งปกติโดยสวัสดิภาพ 

                                 ***จบการเดินทาง ทีมงาน  www.lovevanthai.com ***

           ขออวยพรให้ทุกท่านที่ร่วมเดินทางกับเราจงประสบกับความสำเร็จในการขอพรในครั้งนี้ ทุกท่าน ทุกคน เทอญ

       

หมายเหตุ :ค่าตั๋วรถสองแถวขึ้นเขาลูกค้าเป็นผู้จ่ายเอง ดังนี้

  • เที่ยวแรก(ขาขึ้น) 60.-บาท(จ่ายกับคนขับก่อนลงรถ ณจุดจอดรภเพื่อไปรับตั๋วที่ทางเราจองไว้ให้)
  • เที่ยวที่ 2(ขาขึ้น) 50.-บาท ลูกค้าซี้อเองในชั้นที่ 2 ซึ่งไม่ลำบากเพราะเป็นการถ่ายรถไปตามจำนวนรถที่ขึ้นไป
  • เที่ยว 1 (ขาลง) 50.-บาท ลูกค้าซื้อเอง ควรขึ้นรถลงเขาก่อนเวลา 06.00 น. มิฉะนั้นท่านจะโดนการรอคิวที่นานมาก
  • เที่ยวที่ 2(ขาลง) 50.-บาท ลูกค้าซื้อแล้วขึ้นรถได้เลย          

***วีธีการจองทัวร์***

1. โทรมาแจ้ง ชื่อ,เบอร์โทร(ที่สามารถติดต่อกลับท่านได้), จำนวนผู้ร่วมเดินทาง,(เหมาคัน หรือ จอยทัวร์) จุดขึ้นรถ,เวลาเดินทาง และ                โปรแกรมที่ต้องการเดินทาง(สำหรับเหมาคันถึงเลือกโปรแกรมได้)
2. เหมาคันโอนมัดจำ 3,000.-บาท/คัน ก่อนวันเดินทางอย่างน้อย 7 วัน(ส่วนที่เหลือจ่ายวันเดินทางกับคนขับ)

3.**จอยทัวร์** โอน 600.-บาท/ท่าน ก่อนวันเดินทางอย่างน้อย 5 วัน (การโอนช้ากว่ากำหนดอาจทำให้ท่านผลาดในจุดขึ้นรถที่ท่านต้องการ ต้องไปขึ้นจุดอื่นแทน) หากท่านไม่สามารถมาขึ้นรถได้ตามจุดและเวลานัดหมาย ทางเราจะไม่คืนเงินหรือเลื่อนการเดินทางให้กับท่าน

4.สำหรับท่านที่ตัดสินใจช้าโทรตรวจสอบที่นั่งว่าง ที่ 089-232-7766 หรือตรวจสอบในเวไซด์ www.lovevanthai.com "ตรวจสอบที่นั่งว่าง" ได้จนถึงวันเดินทาง ถ้ามีที่นั่งว่างท่านก็จะได้ร่วมเดินทางกับเราครับ สำหรับเหมาคันจองมาได้ตลอดเวลา เรามีรถสำหรับท่านตลอดเวลา

5.สำหรับเหมาคันที่โอนมัดจำ 3,000.-บาท มาแล้ว  ท่านสามารถเลื่อนวันการเดินทางได้ 1 ครั้ง ซึ่งต้องแจ้งกับเราล่วงหน้าก่อนวันเดินทาง อย่างน้อย 3 วัน ดังนั้นถ้าท่านพร้อมเดินทางสามารถจองและโอนมัดได้ทันที 

***ราคาค่าบริการ***

  • รถตู้ VIP 10 ที่นั่ง ราคา 5,800.-บาท

  • รถตู้ VIP 14 ที่นั่ง ราคา 6,300.-บาท

  • รถบัส 40 ที่นั่ง ราคา 23,000.-บาท

  • รถบัส 47 ที่นั่ง ราคา 25,000.-บาท

หมายเหตุ: เหมาคันท่านสามารถเลือกโปรแกรมตามที่ลงไว้ หรือกำหนดเวลาเดินทางและ

                โปรแกรมตามความต้องการแต่ต้องตกลงกันก่อนเดินทาง 


หมายเหตุ:สำหรับท่านที่จองเข้ามาแล้วสามารถโอนเงินได้เลย  ไม่ต้อรอถึงใกล้วันเดินทางเพื่อสะดวกในการจัดรถล่วงหน้าสำหรับท่าน และท่านสามารถปรับเปลี่ยนโปรแกรมและวันเดินทางได้ตลอด  และเราจะคืนเงินให้ท่านเต็มจำนวนหากยกเลิกการเดินทาง ก่อนวันเดินทางอย่างน้อย 4 วัน แต่ถ้าหลังจากนั้นแล้วทางเราขอสงวนสิทธิ์ไม่คืนเงินกับท่าน  ไม่ว่ากรณีใดๆ

  • ***ข้อปฎิบัติในวันเดินทาง***1.ตรวจสอบที่นั่ง ชื่อ,ทะเบียน,รถพร้อมเบอร์โทรศัพท์คนขับ (กรุณาจดรายระเอียดคนขับรถไว้ด้วยเพื่อสะดวกในการติดต่อในจุดขึ้นรถ) ใน  http://www.lovevanthai.com/BookTour.aspx ในหัวข้อ ตรวจสอบที่นั่งทัวร์ (อาจมีการเปลี่ยนแปลงและลงรายละเอียดล้าช้ากรุณาตรวจสอบในวันเดินทาง)

  • 2.คนขับของเราจะติดต่อท่านเพื่อยืนยัน (วันเดินทาง,จุดขึ้นรถ, เวลา) กับท่าน อย่างช้าก่อนเที่ยงในวันเดินทาง (กรุณารับสายด้วยครับ) หากหลังเที่ยงยังไม่มีใครติดต่อท่าน  กรุณาติดต่อกลับ 089-232-7766 เพื่อตรวจสอบที่นั่งอีกครั้ง หากท่านไม่ติดต่อกลับมา  ทางเราขอตัดสิทธิ์ในการเดินทางท่าน และจะไม่คืนค่าใช้จ่ายให้กับท่านไม่ว่ากรณีใดๆ เพราะอาจเกิดข้อผิดผลาดในการติดต่อกับท่าน

  • 3.หากท่านไม่ติดต่อกลับมาภายใน 13.00 น. ถือว่าท่านไม่พร้อมจะเดินทาง เราสามารถยกเลิกการเดินทางท่านได้ไม่ว่ากรณีใดๆ

  • 4.หากท่านมาช้ากว่ากำหนดทางเราไม่สามารถรอท่านได้  ให้ท่านประสานกับคนขับเพื่อวางแผนการเดินทางไปขึ้นรถในจุดต่อไป

  • 5.สำหรับท่านทีจองที่นั่งไว้แล้ว และไม่สามารถร่วมเดินทางได้ ทางเราจะไม่คืนเงินให้ท่านและไม่มีสิทธิในการจองที่นั่งสำหรับผู้ที่ไม่มาได้

  • 6.การเดินทางลงจากเขาในช่วงเช้า เราจะออกเดินทางจาก ที่จอดรถ เวลา 07.30 น. หากท่านลงมาไม่ทัน  และไม่ติดต่อแจ้งกับคนขับเกี่ยวกับปัญหา  เราจะไม่รอท่าน ท่านต้องเดินทางตามไปขึ้นรถในจุดต่อไปเอง

  • 7.สำหรับเหมาคัน  ท่านสามารถปรับเปลี่ยนเวลาลงเขา ได้ตามความเหมาะสม แต่เวลาในจุดเที่ยวต่อไปของท่านจะลดน้อยลง เพราะจะต้อง เดินทางกลับจากจุดสุดท้าย เวลา 12.30 น.

 

คาถาบูชาลอยพระพุทธบาทพลวง

อิมัง พุทธปาทัง สัจจะ คาระเวนะ วันทามิ นะมามิหัง ทุติยำปิ

อิมัง พุทธปาทัง สัจจะ คาระเวนะ วันทานะ  นะมามิหัง  ตะติยำปิ  

อิมัง พุทธปะทัง  สัจจะ  คาระเวนะ  วันทานะ  นะมามิหัง    

 

วิธีโรยพลอย

โรยที่รอยพระพุทธบาทใหญ่ 2 ซอง และรอยพระบาทเล็ก 1 ซอง โรยพร้อมดอกดาวเรือง 9 ดอก

คำอฐิฐานกับพระพุทธบาทฯ และสังขาลหลวงพ่อนัง

นะโม 3 จบ ข้าพเจ้า ชื่อ....นามสกุล.....ได้นำดอกดาวเรืองพร้อมด้วยเงินทอง และพลอยมาเพื่อถวายบูชาต่อรอยพระพุทธบาท(หรือสังขาลหลวงพ่อนัง)  ขอให้ข้าพเจ้ารุ่งเรืองด้วนเงินทอง เพชรนิลจินดา  ขอให้เกิดแสง

สว่างแห่งปัญญา มีพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นที่ตั้ง ข้าพเจ้า

                    ขอให้....(1 ข้อ)...................ขอให้สำเร็จทุกสิ่ง ทุกประกาญเทอญ(กราบ 3 ครั้ง)

 

การแต่งกาย

  • แต่งกายรัดกุมควรเป็นกางเกงขายาว สวมเสื้อยืดเสนสั้น หรือยาวก็ได้
  • ควรมีเสื้อคลุมบาง ๆ มาด้วยจะดีครับ เพราะว่าข้างบนลมแรงอากาศเย็น  บางวันกับมีน้ำค้างลงจัด
  • ที่สำคัญ คือรองเท้าที่รัดกุม เช่น รองเท้ารัดส้น ถ้าเป็นผ้าใบได้จะดีมากเลยครับ เพราะบางวันทางเดินจะเปียกลื่น
  • ไฟฉายไม่จำเป็นเพราะมีไฟฟ้ช่องสว่างตลอดทาง  ถ้าจะไปผ้าแดงนำมาด้วยก็จะดี
  • เครื่องสักการะ ดอกไม้ธูปเทียน มีจำหน่าย ณ จุดจอดรถเลยครับ มีคำแนะนำในการไหว้ให้พร้อมครับ

***บริหารงานโดย***

คุณชาญณรงค์  จิตต์สามารถ

facebook: Lovevanthai van Thai

โทร. 085-481-2785,089-232-7766

Fax: 02-444-9807 

Email: chanarong.van@gmail.com

ID LINE: chanarongvan

ความเป็นมาของลอยพระพุทธบาทพลวง ณ เขาคิชฌกูฎ จ.จันทบุรี

 

1.ยุคแรก

การพบรอยพระพุทธบาท

รอยพระพุทธบาทเขาคิชฌกูฏจังหวัดจันทบุรี มีการพบโดยบังเอิญของกลุ่มพรานกลุ่มหนึ่ง ซึ่งมีชื่อประกฎคือ นายติ่ง นายนำ นายปลิ่ม นามสกุล สิงขรบาท ย้อนกลับไปเมื่อปี พ.ศ.๒๓๙๗ กลุ่มนายติ่ง และคณะได้ขึ้นไปหาของป่า ซึ่งเมื่อขึ้นไปจะต้องไปทำแค้มที่พัก เพราะต้องไปค้างแรมบนเขาครั้งละหลายๆวัน การขึ้นไปครั้งนี้นายติ่งและคณะเกิดหลงป่า พยายามอยู่หลายครั้งก็ไม่สามารถหาทางกลับที่พักได้ และจะออกมาที่เดิมคือบริเวณลานหิน(รอยพระบาทในปัจจุบัน) สมัยนั้นลานบาทไม่ลาดเอียงเหมือนปัจจุบัน ที่สุดนายติ่งและคณะก็นั่งพักและปรึกษากันถึงสาเหตุการหลงป่า ในขณะที่นั่งพักนั้นก็ไปนั่งตรงบริเวณที่เป็นรอยพระบาทในปัจจุบัน สมัยนั้นบริเวณดังกล่าวจะมีหญ้างอกขึ้นในจุดที่เป็นรอยพระพุทธบาท ขณะที่ไปนั่งพักกันนั้น คนในกลุ่มก็ไปเจอแหวนนาคเข้าวงหนึ่ง นายติ่งก็คิดว่าใครเอาของมีค่ามาซุกซ่อนไว้ตรงนี้ จึงช่วยกันค้นหา แต่ก็ไม่พบ จึงมาพิจารณาตรงบริเวณที่นั่ง เห็นมีหญ้างอกขึ้นเพียงจุดเดียว จึงช่วยกันถอนหญ้าและทำความสะอาด หวังจะพบของมีค่าบ้าง แต่ก็ไม่พบของมีค่าอะไร แต่สิ่งที่พบกลับเป็นรอยเท้าขนาดใหญ่ ในขณะนั้นนายติ่งและคณะไม่มีความรู้เรื่องรอยพระพุทธบาท จึงคิดไปว่าน่าจะเป็นรอยท้าวของผู้มีฤทธิ์ จากนั้นก็เกิดความกลัวว่าจะมีโทษเกิดขึ้นไปเพราะไปหยิบเอาของมีค่าเขาออกมา จึงพากันขอขมาต่อรอยเท้านั้น จากนั้นจึงพากันบอกกล่าวขอให้รอยท้าวขอผู้ศักดิ์สิทธิ์นี้จงช่วยดลบันดาลให้ ตนและคณะกลับที่พักได้ด้วยเถิด ซึ่งก็น่ามหัศจรรย์ นายติ่งและคณะสามารถหาทางกลับที่พักได้อย่างง่ายดาย จากนั้นจึงพากันเดินทางกลับลงไปด้านล่างตามปกติ ต่อมาภายหลังนายติ่งและคณะมีลูกหลานที่อายุครบบวช จึงได้พาลูกหลานของตนไปฝากวัด โดยไปฝากที่วัดพลับ ซึ่งอยู่ในอำเภอเมืองในขณะนั้น(สมัยนั้นยังไม่มีวัดเหมือนปัจจุบัน) พอครบกำหนดงานบวช ก็พาญาติพี่น้องไปร่วมงานบวช การเดินทางในสมัยนั้นจากบ้านพลวงถึงวัดพลับ ต้องใช้เวลาในการเดินทางถึงสองวัน หลังจากไปร่วมงานบวชเสร็จก็ต้องค้างแรมที่วัดพลับนั้น ประจวบกับที่วัดพลับมีการจัดงานบุญประจำปี นายติ่งและญาติพี่น้องก็ไปร่วมงานบุญ และร่วมปิดทองรอยพระบาทจำลอง ขณะที่ปิดทองรอยพระบาทจำลองนั้น ก็พิจารณารอยพระบาทจำลองไปด้วย และก็นึกขึ้นได้ว่าตนเองเคยพบรอยเท้าซึ่งมีลักษณะคล้ายกัน แต่ที่พบบนเขาจะมีขนาดที่ใหญ่กว่า จึงพากันปรารภพูดคุยเรื่องที่ตนไปพบรอยท้าวที่บนยอดเขา ที่สุดความก็ทราบไปถึงหลวงพ่อเพชร ท่านพ่อเพชรจึงได้เรียกนายติ่งและคณะเข้าไปสอบถามเรื่องราว ที่นายติ่งได้กล่าวว่า ได้เคยพบรอยพระบาทบนยอดเขา นายติ่งก็เล่าสิ่งที่ตนเองได้พบให้ท่านพ่อเพชรได้ฟัง เมื่อท่านพ่อเพชรฟังแล้วก็จนใจเป็นอย่างมาก จึงได้ปรึกษากับนายติ่งและคณะว่า ถ้าหลวงพ่อและคณะพร้อมเมื่อใดจะนำกันไปหา และขอให้นายติ่งและคณะได้นำท่านพ่อเพชรและคณะเพื่อขึ้นไปบนเขาตรงที่นายติ่ง ได้พบรอยเท้าที่มีความเหมือนกับรอยพระพุทธบาทจำลองของวัดพลับ ต่อมาท่านพ่อเพชรจึงได้นำคณะของท่านไปพบนายติ่ง จากนั้นนายติ่งและพวก ก็นำท่านพ่อเพชรและคณะขึ้นไปบนเขา เพื่อจะไปพิสูจน์ว่าเป็นจริงดังที่นายติ่งได้พูดหรือไม่ เทื่อคณะของนายติ่งนำท่านพ่อเพชรและคณะขึ้นไปถึงยังจุดดังกล่าว และพักผ่อนกันพอสมควรแล้ว จึงเข้าไปสำรวจดูตรงบริเวณดังกล่าว ซึ่งก็น่ามหัศจรรย์เพราะมีหินก้อนใหญ่ตั้งเด่นตระหง่านอยู่บนแผ่นหินขนาด ใหญ่ จากนั้นก็ไปสำรวจดูที่บริเวณรอยท้าว ท่านพ่อเพชรและคณะได้พิจารณากันอย่างถี่ถ้วน ตามหลักของพระศาสนา ทั้งหมดก็ลงความเห็นว่า เป็นรอยพระบาทของพระพุทธเจ้าอย่างแน่นอน ท่านพ่อเพชรจึงปรารภกับทุกคนว่า เป็นบุญลาภของชาวจันทร์ที่ได้มีสิ่งอันล้ำค่าอย่างนี้ จากนั้นจึงพากันกราบไหว้ ด้วยความปลาบปลื้มใจ และพากันเดินทางกลับ

 

ท่านพ่อเพชรผู้นำประเพณีครั้งแรก

จากนั้นในทุกๆปีท่านพ่อเพชรและคณะลูกศิษย์จะพากันขึ้นมากราบไหว้รอยพระ พุทธบาททุกปีๆละครั้ง จึงถือได้ว่าหลวงพ่อเพชรเป็นพระสงฆ์ที่ได้นำพาให้เกิดประเพณีของการกราบไหว้ บูชารอยพระพุทธบาท แต่ในสมัยนั้นไม่มีคนรู้จักแพร่หลายเหมือนยุคปัจจุบัน(ซึ่งสมัยนั้นเรียกว่าเขาพลวง)

      -ประเพณียุคแรก ต่อมาภายหลังได้มีการสืบทอดกันมายุคต่อยุค บางครั้งก็มีก็เป็นญาติโยมพากันมาเอง ในยุคแรกจากการพบและท่านพ่อเพชรได้นำขึ้นมากราบไหว้ในระยะแรกประมาณร้อยปี ต้นๆไม่ทราบแน่ชัดนักว่าทำกันอย่างไร

 

2.ยุคท่านพ่อนัง

คณะสงฆ์มอบให้ท่านพ่อนัง

จากระยะทางและความธุระกันดานในสมัยนั้นการรักษาประเพณีการบูชารอยพระพุทธบาท จึงต้องใช้ผู้ที่อยู่ใกล้พื้นที่ ในสมัยนั้นประมาณ พ.ศ.๒๕๑๐ นับถอยหลังไป คณะสงฆ์นำโดยเจ้าคณะอำเภอในสมัยนั้นได้มอบให้พระในพื้นที่คือ ท่านพ่อพระครูพุทธบทบริบาล (หลวงพ่อนัง อดีตเจ้าอาวาสวัดพลวงขณะนั้น) เป็นผู้ดูแลประเพณี ในสมัยท่านพ่อนัง (พระครูพุทธบทบริบาล) ยังไม่มีการพัฒนาอะไรได้มากนัก เพราะการคมนาคมในสมัยนั้นยังลำบากมาก สมัยท่านพ่อนัง การขึ้นลงยังต้องเดินขึ้นลง และเปิดแค่ปีละ ๗ วันเท่านั้น การพัฒนาถนนหนทางบนเขายังไม่มีอะไรมาก การขึ้นในสมัยนั้น เมื่อใครจะขึ้นเขาก็จะมาหาท่านพ่อที่วัดพลวงท่านพ่อนังก็จะให้โอวาทแนะนำข้อ ปฏิบัติในการขึ้นเขาและกราบไหว้ จากนั้นก็จะให้ลูกศิษย์เป็นผู้นำผู้แสวงบุญขึ้นไป

ท่านพ่อนังคืนงานให้คณะสงฆ์

การบริหารในยุคท่านพ่อนังไม่ทราบแน่ชัดว่าทำแต่ พ.ศ.ใด แต่ที่ปรากฏหลักฐานคือประมาณ พ.ศ.๒๕๑๐ ท่านพ่อนังเห็นว่าตนเองชราภาพลงมาก ไม่สามารถที่จะบริหารประเพณีงานนมัสการพระบาทได้ จึงคืนงานให้กับคณะสงฆ์ในขณะนั้น โดยมีเจ้าคณะอำเภออยู่ที่วัดหนองอ้อ เจ้าคณะอำเภอเองก็ไม่สามารถที่จะบริหารได้เพราะอยู่ไกล จึงมอบให้ท่านพ่อนัง เป็นผู้พิจารณามอบให้พระสงฆ์ที่อยู่ใกล้พื้นที่

ปลายยุคท่านพ่อนัง

พ.ศ.๒๕๑๐-๒๕๑๒ ท่านได้มอบให้ท่านพ่อพรม(พระครูพรมธรรมานิเทศ อดีตเจ้าอาวาสวัดขนุน) เป็นผู้ดูแล ท่านพ่อพรมทำอยู่ ๒ ปี ก็เห็นว่าไม่สามารถพัฒนาอะไรได้ จึงคืนให้ท่านพ่อนัง จากนั้นท่านพ่อนังได้มอบให้ท่านพ่อเนียน (พระครูเกษมธรรมาภิราม อดีตเจ้าอาวาสวัดปึก)ดำเนินการอยู่ ๒ ปี (พ.ศ๒๕๑๒-๒๕๑๔) ท่านพ่อเนียนก็ทำไม่ไหว จึงคืนกลับให้ท่านพ่อนังอีกครั้ง ท่านพ่อนังจึงพิจารณาให้ท่านพ่อแหย๋ม (พระครูโกศลธรรมรัตน์ อดีตเจ้าอาวาสวัดทุ่งสะพาน) ท่านพ่อแหย่งปฏิเศษและให้ข้อคิดเห็นว่า สองวัด คือวัดขนุนและวัดปึก ยังทำไม่ไหวผลจะทำได้อย่างไร ทำไมเราไม่ร่วมกันทำ ทุกฝ่ายจึงเห็นด้วยว่าต้องร่วมมือกันทำ เพราะการสืบสานประเพณีเป็นสิ่งที่ต้องช่วยกันรักษา ในขณะนั้นมีพระเถระในเขตปกครอง คือวัดพลวง วัดขนุน วัดปึก วัดทุ่งสะพาน วัดกะทิง และวัดทุ่งตาอิน ทั้งหมดจึงร่วมกันบริหารในรูปของคณะสงฆ์บริหารพระบาท โดยมีรายชื่อปรากฏดังนี้

๑.พระครูพุทธบทบริบาล (ท่านพ่อนัง) ประธานที่ปรึกษา

๒.พระครูธรรมสรคุณ(ท่านพ่อเขียน) ประธานดำเนินงาน

๓.พระครูโกศลธรรมรัตน์ (ท่านพ่อแหย๋ม) กรรมการ

๔.พระครูเกษมธรรมาภิราม (ท่านพ่อเนียน) กรรมการ

๕.พระครูประดิษฐ์ศาสนการ (ท่านพ่อนง) กรรมการ

 

3.ยุคท่านพ่อเขียน

ท่านพ่อเขียนอธิษฐานบารมี

หลังจากได้รับหน้าที่ในการเป็นประธาน ท่านพ่อเขียนได้เล่าให้ผู้เขียนฟังว่า ท่านได้ขึ้นมาบำเพ็ญเพียรอยู่ตรงบริเวณเพิงหินที่ประดิษฐานหมอชีวกโกมารภัทร จากนั้นได้ไปอธิษฐานขอพรที่รอยพระพุทธบาทว่า “ถ้าตัวหลวงพ่อมีบารมีที่จะพัฒนาสถานที่แห่งนี้ให้เจริญได้แล้ว ขอความสำเร็จสามประการ คือ น้ำไหล ไฟสว่าง หนทางสะดวก” จากนั้นก็เริ่มพัฒนาสถานที่โดยเริ่มการทำทางขึ้นสู่ยอดเขา ใช้เวลาทำทางอยู่หลายปี โดยอาศัยญาติโยมศิษยานุศิษย์ที่มีศรัทธาและวัดต่างๆ ใช้เวลาทำทางถึง ๗-๘ ปี จนมาถึงบริเวณลานพระสิวลี ซึ่งมีหนทางที่ลาดชันมากไม่สามารถที่จะทำทางรถได้ จึงได้ปรึกษากันว่า ให้ทำเป็นทางเท้าให้ผู้แสวงบุญเดิน ที่สำคัญเป็นการพิสูจน์ศรัทธา ต้องมีศรัทธาที่มั่นคง จึงจะขึ้นไปได้ จากนั้นได้พัฒนาระบบน้ำระบบไฟฟ้า จนเกิดความสะดวกสบายจนถึงปัจจุบัน

นิมิตปรากฏขณะเจริญจิตภาวนา

ท่านพ่อเขียนได้เล่าให้ฟังสมัยตอนทำทางขึ้นสู่ยอดเขาประมาณปีที่ ๓ เกิดปัญหาไม่สามารถจะทำได้เพราะความลาดชันของภูเขา ตลอดจนถึงหุบเหวลึก คณะศิษย์ที่มาช่วยงานต่างถอดใจ ที่สุดก็ต้องหยุดการทำงานลงชั่วขณะ แต่ท่านพ่อเขียนก็ไม่ย่อท้อ ขึ้นไปบำเพ็ญเพียรอยู่ ณ ที่ลานบาท ท่านเล่าให้ฟังว่าหลังจากบำเพ็ญเพียรเสร็จก็นอนพัก เกิดนิมิตเห็นผู้ชายใส่ชุดขาว มาเดินนำหน้าและชี้ช่องทางให้ทำทางมาตามทางดังกล่าวจะสามารถทำทางขึ้นมาได้ พอรุ่งเช้าหลังจากฉันภัตตาหารเสร็จ ท่านก็พาลูกศิษย์ออกสำรวจไปตามนิมิตนั้น ก็พบช่องทางที่สามารถจะทำทางได้ จึงได้แจ้งข่าวลงไปด้านล่าง จากนั้นคณะศิษย์และครูบาอาจารย์ทั้งหลายก็พาชาวบ้านผู้มีจิตศรัทธา ขึ้นมาเพื่อทำทางกันต่อ

พร้อมกันนี้ท่านพ่อเขียนยังเล่าถึงสถานที่หลายๆจุด เช่น บาตรพระอานน บาตรพระโมคคัลลา บาตรพระสารีบุตร เสมาธรรมจักร พระนอน ฯ ทั้งหมดนี้ปรากฏในนิมิตทั้งสิ้น ท่านค้นหาจนพบและตั้งชื่อให้สอดรับกับประวัติในพระศาสนา

ที่มาของผ้าแดง

ในสมัยแรกๆผู้คนยังขึ้นไม่มาก พอว่างๆ ท่านพ่อเขียนก็จะนำผู้แสวงบุญขึ้นไปสักการะสถานที่ด้านบน (ลานอิน) เช่น บาตรพระอานน บาตรพระโมคคัลลานะ บาตรพระสารีบุตร และสถานที่อื่นๆจนสุดเขต ที่ท่านเรียกว่าสุดเขตแดนพุทธชาด แล้วก็พาญาติโยมกลับ ต่อมาภายหลังผู้แสวงบุญขึ้นไปมาก ท่านจึงไม่มีเวลาที่จะพาญาติโยมขึ้น ดังนั้นใครจะขึ้นก็ต้องขึ้นกันไปเอง จึงทำให้คนบางกลุ่มเดินเลยเขตุที่กำหนดและหลงป่า ท่านพ่อเขียนจึงให้ลูกศิษย์ทำแผ่นผ้าสีแดง แล้วเขียนไว้ที่ผ้าว่า “ห้ามผ่าน” ต่อมาเมื่อใครจะขึ้นมาด้านบน ท่านพ่อก็จะบอกให้ทราบว่า เมื่อขึ้นมาสุดเขตแล้วจะเห็นผ้าสีแดงที่เขียนไว้ว่า ห้ามผ่าน นั่นคือจุดสิ้นสุดของการเดินทาง ให้กลับลงมา จากนั้นคนที่ขึ้นไปก็ไม่มีใครหลงป่าอีก แต่ด้วยผู้ที่ขึ้นไปต้องใช้กำลังเป็นอย่างมาก เมื่อไปถึงจุดสูงสุดก็มักจะจารึกอักษรไว้ที่ผ้าแดง ขอพรไว้ว่า “สาธุข้าพเจ้าได้เดินทางมาถึง แล้ว ขอให้ รวย รวย รวย” เมื่อคนขึ้นมาทีหลังมาพบเห็นข้อความเข้าก็อยากเขียนไว้บ้าง เขียนไปเขียนมา เกิดมีคนที่ไปขอพร ถูกรางวัลที่หนึ่งเข้า เลยดังขึ้นมา ปัจจุบันจึงเป็นอีกสถานที่ๆใครๆก็อยากขึ้นไปให้ถึง

ที่มาของ “เขาคิชฌกูฏ”

จากการที่ท่านพ่อเขียนได้ไปประเทศอินเดีย เพื่อไปสักการะบูชาสถานที่ประสูติ ตรัสรู้ สถานที่แสดงธรรม และเสด็จดับขันธปรินิพพาน ซึ่งต้องใช้เงินในการเดินทางเป็นจำนวนมาก ผู้ที่ศรัทธาแต่ขาดทุนทรัพย์ไม่สามารถไปได้ จึงพิจารณาถึงสถานที่บนเขาคิชฌกูฏ ซึ่งในสมัยนั้น เรียกว่าเขาพลวง เพราะตามน้ำตกลำธารต่างมีๆปลาพลวงอาศัยอยู่มาก มีสถานที่ๆมีหลายสิ่งที่คล้ายกับที่ประเทศอินเดีย ท่านจึงขอเปลี่ยนชื่อเพื่อให้เหมือนกับเขาคิชฌกูฏในประเทศอินเดีย จึงตั้งชื่อว่า พระบาทเขาคิชฌกูฏ เพื่อให้ผู้ที่ไม่สามารถไปประเทศอินเดียได้ระลึกถึงสถานที่ สังเวทนียสถานสี่ตำบล ขณะขึ้นมานมัสการรอยพระพุทธบาท

โครงการพุทธอุทยาน

ภายหลังการขยายตัวของผู้มีจิตศรัทธามีจำนวนมากขึ้น ทำให้สถานที่ในการรองรับไม่เพียงพอ และอาคารก็ชำรุดทรุดโทรมไปมาก จึงมีนโยบายที่จะปรับปรุงอาคาร แต่ก็ไม่สามารถดำเนินการได้ อันเนื่องมาจาก ติดขัดข้อกฎหมายอุทยาน ท่านพ่อเขียนจึงได้มอบให้ผู้เขียนเข้าปรึกษากับทางอุทยาน ทางอุทยานจึงเสนอให้เข้าร่วมโครงการ พุทธอุทยาน โดยมีการกำหนดพื้นที่ โดยมีวัตถุประสงฆ์เพื่อใช้เป็นสถานที่จัดงานประเพณีนมัสการพระบาทเขาคิชฌ กูฏ(พลวง) ในปี พ.ศ.๒๕๕๒ ได้ดำเนินการขออนุญาต และได้รับอนุญาตในปี พ.ศ.๒๕๕๔ โดยมีพื้นที่ จำนวน ๑๕ ไร่ ๑ งาน ๔๓ ตารางวา

ที่มาของเทพเจ้าแห่งเขาคิชฌกูฏ

จาการที่ท่านพ่อเขียนได้นำเงินที่ญาติโยมมาบริจาคในประเพณีงานนมัสการพระบาท เขาคิชฌกูฏ ไปบริจาคสร้างคุณประโยชน์ให้กับพระศาสนา สังคม ส่วนราชการต่างๆ อย่างมากมาย จนเป็นที่เลื่องลือถึงกิตติศัพท์ในการบำเพ็ญทานบารมีของท่าน ท่านไปเหยีบสถานที่ๆไหน ที่นั่นจะมีความเจริญขึ้นมาทันที ทำให้มีผู้ให้สมยานามท่านว่า “เทพเจ้าแห่งเขาคิชฌกูฏ”

 

4.ยุคปัจจุบัน

คณะสงฆ์มอบให้ท่านพ่อนง เป็นประธาน

    หลังจากท่านพ่อเขียนมรณภาพลงในปี พ.ศ.๒๕๕๕ ทำให้คณะทำงานมองหาพระสงฆ์ที่จะเป็นประธานองค์ต่อไป ขณะนั้นมีเพียงท่านพ่อนง (พระครูประดิษฐ์ศาสนการ) ซึ่งเป็นพระเถระที่เหลือเพียงองค์เดียวที่ร่วม การบริหารงานมาในยุคท่านพ่อเขียน คณะศิษยานุศิษย์จึงกราบอาราธนาให้ท่านพ่อนง เป็นประธาน ในประเพณีงานนมัสการรอยพระพุทธบาท แต่ท่านพ่อนงไม่รับ และให้ข้อแนะนำคณะศิษย์ไปว่า ประเพณีที่ครูบาอาจารย์ได้ทำสืบๆกันมานั้น เมื่อผู้บริหารไม่สามารถทำได้ ต้องมอบคืนให้คณะสงฆ์เป็นผู้พิจารณา ทุกฝ่ายจึงให้ท่านพ่อนงนำเข้าพบคณะสงฆ์ คือเจ้าคณะจังหวัดจันทบุรี เจ้าคณะจังหวัดจึงได้จัดประชุมสงฆ์ในระดับ เจ้าคณะตำบล เจ้าคณะอำเภอ รองเจ้าคณะจังหวัด และเจ้าคณะจังหวัดจันทบุรี เป็นประธานในการประชุม ในที่ประชุมเห็นชอบให้ท่านพ่อนงขึ้นเป็นประธานในการบริหารงานสืบต่อจากท่าน พ่อเขียน

ทำงานในรูปคณะสงฆ์

   ในการดำเนินงานภายใต้การบริหารของท่านพ่อนง ท่านให้ทำในรูปของคณะสงฆ์โดยมีคณะสงฆ์ทั้งจังหวัดเข้ามามีส่วนร่วมในการ บริหารจัดการ เพื่อร่วมกันรักษาประเพณีงานนมัสการรอยพระพุทธบาทเขาคิชฌกูฏ(พลวง)

 

***** ด้วยความปรารถณาดีจากทีมงาน www.lovevanthai.com  ดำเนิการโดย คุณชาญณรงค์  จิตต์สามารถ****

 

 
     
 
143/216 หมู่บ้านพฤกษาวิลล์ ถนนนครอินทร์ บางคูเวียง บางกรวย นนทบุรี 11130 ai